ประวัติความเป็นมาของสหกรณ์ออมทรัพย์ รพช.จำกัด
Posted: ฝ่ายการจัดการ Date: 2019-09-26 12:52:56
IP: 110.78.23.133
 
   

ประวัติความเป็นมาของสหกรณ์ออมทรัพย์ รพช. จำกัด

                 สหกรณ์ออมทรัพย์ รพช.จำกัด เริ่มจัดตั้งเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2517 โดยคณะผู้ก่อตั้งที่ยังเป็นสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท ประกอบด้วย ข้าราชการ และลูกจ้างประจำ ได้พิจารณาร่างข้อบังคับสำหรับสหกรณ์ฯ ที่จะจัดตั้งขึ้นในเบื้องต้นและรวบรวมใบสมัครของผู้ที่ประสงค์เข้าร่วมเป็นสมาชิกและขอจดทะเบียนตั้งสหกรณ์ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2511 ต่อมาในปี พ.ศ.2545 รัฐบาลได้มีการปรับปรุงโครงสร้างระบบราชการใหม่   

                 กรมการเร่งรัดพัฒนาชนบทถูกยุบหน่วยงาน และมีการกำหนดส่วนราชการระดับกรมขึ้นใหม่ โดยไม่มีกำหนดอัตรากำลังเพิ่ม ทำให้ข้าราชการและลูกจ้างจากกรมการเร่งรัดพัฒนาชนบทเดิมส่วนใหญ่ถูกถ่ายโอนมาสังกัดส่วนราชการที่ตั้งขึ้นใหม่ 3 กรม ได้แก่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมทางหลวงชนบท กรมทรัพยากรน้ำ และเป็นหน่วยงานราชการหลักของสหกรณ์ฯ ในการเปิดรับสมาชิก ทำให้ปัจจุบันสมาชิกของสหกรณ์ฯ ประกอบด้วย 

                  1.ข้าราชการ หรือลูกจ้างประจำที่สังกัด ใน 3 กรมหลัก ได้แก่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมทางหลวงชนบท และกรมทรัพยากรน้ำ

                  2.ข้าราชการ หรือลูกจ้างประจำ บางส่วนที่เคยสังกัดกรมการเร่งรัดพัฒนาชนบทและถูกโอนย้ายหน่วยงานไปยังหน่วยราชการอื่นๆ นอกเหนือจาก 3 กรมดังกล่าวข้างต้น ทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นที่ยังคงมีสถานภาพเป็นสมาชิกอย่างต่อเนื่อง

                  3.สมาชิกสหกรณ์ฯ ที่เกษียณอายุราชการจากหน่วยงานใน ข้อ 1 และ ข้อ 2

                  4.เจ้าหน้าที่สหกรณ์ออมทรัพย์ รพช.จำกัด 

                  สมาชิกของสหกรณ์ออมทรัพย์ รพช.ดังกล่าวข้างต้นกระจายอยู่หลายหน่วยงานทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด โดยสหกรณ์ฯ สามารถรับสมัครสมาชิกเพิ่มได้ใน 3 กรมหลัก เท่านั้น แต่สมาชิกในหน่วยงานอื่นๆ นอกจาก 3 กรมหลักดังกล่าว เมื่อลาออกจากสหกรณ์แล้ว ไม่สามารถกลับมาสมัครใหม่ได้อีก     

โครงสร้างของสหกรณ์ออมทรัพย์ รพช.จำกัด

                  สหกรณ์ฯ มีการจัดโครงสร้างขององค์กร โดยการแบ่งหน้าที่ตามลำดับ โดยเริ่มประชุมใหญ่เลือกผู้ตรวจสอบกิจการ ผู้สอบบัญชี เลือกตั้ง  คณะกรรมการดำเนินงานทั้งคณะ 15 ท่าน โดยเลือกประธานกรรมการสหกรณ์จากที่ประชุมใหญ่ หลังจากนั้นจึงเลือกกรรมการเพื่อทดแทนกรรมการที่ พ้นวาระจากที่ประชุม โดยกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งจะดำรงตำแหน่งวาระละ 2 ปี (ปีที่ 2 ไม่ต้องเลือกตั้งใหม่) กรรมการที่อยู่ครบวาระแรก 2 ปี สามารถดำรงตำแหน่งในปีที่ 3 (ปีวาระที่ 2 ที่ได้ดำรงตำแหน่งรับเลือกตั้งเข้ามาอีกในปีที่ 3 แต่รวมแล้วอายุการดำรงตำแหน่งกรรมการไม่เกิน 2 วาระต่อเนื่องกัน) และต้องหยุดพักอย่างน้อย 1 ปี

                   หลังจากเลือกคณะกรรมการและประธานจากที่ประชุมใหญ่แล้ว คณะกรรมการทั้งคณะจะนัดประชุมเพื่อเลือกตั้งรองประธานและกำหนดหน้าที่ของกรรมการ เลขานุการ และเหรัญญิก โดยแต่งตั้งคณะทำงานชุดต่างๆ ได้แก่

                    1.คณะกรรมการผู้มีอำนาจอนุมัติจัดซื้อจัดจ้าง

                    2.กรรมการผู้มีอำนาจลงนามสั่งจ่ายเช็ค ในทางปฏิบัติที่ผ่านมาจะมีผู้ลงนามเช็คสั่งจ่าย 2 ท่าน กำหนดผู้ที่มีชื่อลงนามทั้งหมด 8 ท่าน       โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มๆ แรก ผู้มีอำนาจลงนาม 5 ท่าน (ประธาน,รองประธานหรือกรรมการ) ลงนามร่วมกับผู้ที่มีรายชื่ออีก 3 ท่าน ได้แก่ เลขานุการ   เหรัญญิก หรือผู้จัดการ ซึ่งอยู่ในลำดับที่ 6-8 

                    3.อนุมัติเงินกู้ฉุกเฉิน

                    4.คณะทำงานชุดต่างๆ ที่ได้รับมอบอำนาจเฉพาะกิจจากคณะกรรมการดำเนินงาน เพื่อพิจารณาในเรื่องต่างๆ ตามหน้าที่ที่กำหนดให้ ทั้งในกรณีเร่งด่วนและเพื่อให้เกิความคล่องตัวในการดำเนินงาน แล้วรายงานผลให้ที่ประชุมคณะกรรมการสหกรณ์ทราบ โดยคัดเลือกจากกรรมการทั้ง 14 ท่าน (ยกเว้นประธาน) จากที่คุมคณะกรรมการดำเนินการและแต่งตั้งเป็นคณะทำงานชุดเฉพาะกิจได้แก่

                          4.1 กรรมการเงินกู้

                          4.2 กรรมการเงินกู้พิเศษ

                          4.3 คณะคัดเลือกผู้สอบบัญชี/ผู้ตรวจกิจการ

                          4.4 คณะพัฒนาระบบงานสหกรณ์

                          4.5 คณะแก้ไขปรับปรุงระเบียบสหกรณ์

                          4.6 คณะนำเงินสหกรณ์ฯ ไปลงทุน

                          4.7 คณะทุนการศึกษาบุตร

                          4.8 คณะประชาสัมพันธ์

                          4.9 คณะทำลายเอกสาร

                       ในด้านฝ่ายจัดการประกอบด้วย

                           - ผู้จัดการสหกรณ์

                           - ผู้ช่วยผู้จัดการ

                           - หัวหน้าฝ่าย 5 คน

                           และเจ้าหน้าที่ 9 คน ได้แก่ ฝ่ายบริหาร 2 คน ฝ่ายบัญชี 1 คน ฝ่ายการเงิน 2 คน ฝ่ายทะบียนหุ้นและเงินกู้ 3 คน และฝ่ายประมวลผล 1 คน รวมทั้งสิ้น จำนวน 16 คน                    



   
   
 
 

soatsolution โปรแกรมสหกรณ์ สหกรณ์ออมทรัพย์ สหกรณ์ฯ